นโยบายและเงื่อนไข

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

 บริษัท กรุงไทย ออโต้ลีส จำกัด (“บริษัทฯ” ) ประกอบกิจการให้เช่าซื้อรถยนต์ และ จำหน่ายรถยนต์มือสอง บริษัทฯขอขอบคุณสำหรับความไว้วางใจจากลูกค้าและตระหนักดีว่าท่านต้องการความปลอดภัยในการรักษาข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทได้คำนึงถึงมาตรการป้องกันข้อมูลในทุกรูปแบบที่บริษัทฯ มีในครอบครองทั้งหมดตามกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  เคารพในสิทธิและให้ความสำคัญเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลเป็นอย่างยิ่ง เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการและพัฒนาการให้บริการด้านต่างๆ  บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ ประมวลผล และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทฯ ได้รับอนุญาตจากท่าน ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) บริษัทฯ ให้คำมั่นต่อการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งได้แก่ข้อมูลใด ๆ ที่สามารถระบุตัวตนของท่านได้

ดังนั้น เพื่อให้ท่านมั่นใจเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การเก็บรักษาข้อมูลไว้เป็นความลับ รวมทั้งการเปิดเผยหรือการนำไปใช้ที่ต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ และคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลเป็นสำคัญ และเพื่อให้ได้เข้าใจถึงขั้นตอน แนวทาง รวมถึงวัตถุประสงค์ของบริษัทฯ ในการจัดเก็บรวบรวม ใช้ ประมวลผล และหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“นโยบาย”) ให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้
ประเภทของลูกค้า ได้แก่
- ลูกค้าบุคคลธรรมดา ซึ่งรวมไปถึง ผู้เช่าซื้อ, ผู้ค้ำประกัน ,ผู้ซื้อ-ขาย รถยนต์,บุคคลอ้างอิง,ผู้รับผลประโยชน์, ผู้เป็นคู่ค้ากับบริษัท ,ผู้ขายสินค้า/บริการให้บริษัทฯ,ผู้ติดต่อสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์บริการ ผู้ที่รับทราบข้อมูลผลิตภัณฑ์บริการผ่านสื่อต่างๆ และผู้ที่ได้รับการเสนอหรือชักชวนจากบริษัทให้ใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการ
- บุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคล เช่น ผู้แทนนิติบุคคล ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดา ผู้ติดต่อตัวแทนบุคคลธรรมดา ผู้รับมอบอำนาจ ลูกจ้าง พนักงาน เจ้าหน้าที่บุคลากรและบุคคลอื่นในทำนองเดียวกันกับลูกค้านิติบุคคล
- บุคคลธรรมดาที่ติดต่อกับบริษัทในประการอื่น ที่บริษัทมีความสัมพันธ์ ปฏิสัมพันธ์ สร้างความสัมพันธ์ ติดต่อกันโดยประการอื่นหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัทไม่ว่าจะเป็นหนทางใด
( รวมเรียกว่า “ท่าน” )
คำนิยาม ให้คำดังต่อไปนี้มีความหมายดังนี้
“เจ้าของข้อมูล” Data Subject  หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ลูกค้า , ผู้เช่าซื้อ , ผู้ขอสินเชื่อ ,ผู้กู้, ผู้ค้ำประกัน ,ผู้ซื้อ หรือผู้ใช้บริการด้านอื่นๆ ของบริษัทฯ หรือบุคคลอื่นใดในการสร้างความสัมพันธ์กับบริษัทฯ และคู่ค้าของบริษัทฯ รวมถึงผู้ขายสินค้า/บริการให้กับบริษัทฯ
“ข้อมูลส่วนบุคคล” Personal Data หมายถึง ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าโดยตรงหรืออ้อม
“ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล “ Data Controller หมายถึง  บริษัทฯซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่สำคัญที่กฎหมายกำหนดไว้
“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” Data Processor หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

1.การดำเนินการของบริษัทในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล  บริษัทฯ มีการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลละเอียดอ่อน คือ
1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯเก็บรวบรวม                                                                                                                                                              ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data) หมายถึง ข้อมูลใดๆเกี่ยวกับท่านโดยที่ข้อมูลนั้นสามารถระบุตัวตนท่านได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (Sensitive Personal Data) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกจัดให้เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวตามกฎหมาย บริษัทจะรวบรวม ใช้ เปิดเผย เฉพาะที่บริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งหรือตามที่กฎหมายอนุญาตหรือเพื่อป้องกันระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ ของท่านเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
1.2 ประเภทของลูกค้าที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล  บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวมรวมจะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับท่าน ประเภทบริการที่ท่านต้องการจากบริษัท ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านเป็นเจ้าของ โดยรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(1) ลูกค้าบุคคลธรรมดา
- ข้อมูลรายละเอียดส่วนตัว เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปี เกิด เพศ สัญชาติ ศาสนา สถานภาพสมรส สถานภาพครอบครัว จำนวนบุตร  เลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือ บัตรประจำตัวอื่น ๆ  ประกันชีวิต
- ข้อมูลการทำงาน เช่น อาชีพ ตำแหน่ง รายละเอียดงาน ประเภทของธุรกิจ ประเภทขององค์กรที่ทำงาน อายุการทำงาน สถานที่ทำงานข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในเอกสารที่เกี่ยวข้องต่างๆเช่นเอกสารทะเบียนการค้า , หนังสือรับรองธุรกิจ เอกสารการเสียภาษี
- ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ไปรษณีย์ตามบัตรประชาชน หรือทะเบียนบ้าน หรือที่อยู่อาศัยปัจจุบัน ที่อยู่ที่ทำงาน ที่อยู่ในการติดต่อส่งเอกสาร หมายเลขโทรศัพท์ พิกัดmap ,อีเมล์แอดเดรส,ไอดีไลน์
- ข้อมูลทางการเงิน  เช่น ระดับรายได้ แหล่งที่มาของรายได้ หนังสือรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือน ชื่อและหมายเลขบัญชีธนาคาร ,รายการเดินบัญชี , ค่าใช้จ่าย,ข้อมูลสินเชื่อกับสถาบันอื่นๆ ข้อมูลหลักประกัน (ข้อมูลรายละเอียดรถยนต์ กรรมสิทธิ์, ประกันภัยรถยนต์)ภาระหนี้ ข้อมูลสถานการณ์เป็นบุคคลล้มละลาย
- ข้อมูลที่เกี่ยวกับการให้บริการแก่ท่าน เช่น ประเภทบริการที่ท่านเลือก (ซื้อ-ขายรถยนต์ หรือ เช่าซื้อรถยนต์) รายละเอียดตามใบคำขอเช่าซื้อ , หนังสือสัญญาซื้อ-ขาย ข้อมูลในเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ การซื้อ-ขาย การทำประกันชีวิต การทำประกันภัย ข้อมูลประวัติการชำระหนี้ รายละเอียดในแบบฟอร์มและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ  KYC และ CDD ข้อมูลความเกี่ยวข้องกับนักการเมืองหรือบุคคลที่มีสถานภาพทางการเมือง
- ข้อมูลธุรกรรม เช่น รายละเอียดการรับเงินค่าเช่าซื้อ,การจ่ายเงิน ซื้อรถยนต์ , การชำระค่างวดเช่าซื้อรถยนต์  ช่องทางการชำระเงิน / รับเงิน ประเภทการชำระ
- รายละเอียดพฤติกรรม เช่นรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรม ทัศคติ ข้อมูลการปฏิสัมพันธ์อื่นๆ ผลตอบรับความคิดเห็นของท่านต่อบริการที่ท่านได้รับ รายละเอียดในการเรียกร้องสิทธิ และการร้องเรียนของท่าน
(2) บุคคลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้านิติบุคคลและบุคคลที่ติดต่อกับบริษัทโดยประการอื่น
- ข้อมูลรายละเอียดส่วนตัว ,  ข้อมูลการทำงาน , ข้อมูลการติดต่อ
(3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวที่มีการเก็บรวบรวม  บริษัทฯ อาจมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่นที่มีความน่าเชื่อถือ รวมทั้งบริษัทฯ อาจมีความจำเป็นต้องขอข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ เท่าที่จำเป็น เช่น เชื้อชาติ ประวัติอาชญากรรม ประวัติทางการเงิน ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านเท่านั้นหรือตามที่กฎหมายกำหนด
1.3 รูปแบบช่องทางการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  (1) บริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ให้ไว้ในกรณีที่ท่านเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ www.kta.co.th    กรอกข้อมูลในกล่องรับข้อมูลในเมนูของเว็บไซต์ อาทิ การเสนอแนะ ร้องเรียน การดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และ การใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น ไลน์ ,เฟซบุ๊ก  เว็บไซต์จะเก็บข้อมูลของท่าน เช่น ไอพีแอดเดรส ประเภทของเบราว์เซอร์ ประวัติเว็บไซต์ที่เยี่ยมชม เวลาการเข้าใช้งาน การสนทนา ตอบกลับข้อมูล
  (2) เอกสารที่ท่านเป็นผู้ส่งมอบให้กับบริษัทฯ เช่น สำเนาบัตรประชาชนหรือสำเนาบัตรประจำตัวอื่น ๆ  สำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชีเงินฝากธนาคาร  และเอกสารอื่น ๆ ที่ระบุข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  (3) ข้อมูลที่บริษัทฯ ได้รับจากท่านเมื่อท่านกรอกข้อมูลในใบคำขอเช่าซื้อ ใบคำขอผู้ค้ำประกัน ใบยืนยันที่อยู่ หนังสือสัญญาซื้อ-ขายรถยนต์ หรือแบบฟอร์มอื่นๆ เพื่อประกอบการขอสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์หรือการซื้อ-ขายรถยนต์ กับบริษัทฯ หรือ  เช่น ชื่อ ชื่อกลาง (ถ้ามี) นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นๆ สถานภาพ หมายเลขติดต่อ วันเดือนปีเกิด เพศ ที่อยู่ไปรษณีย์ อีเมล์ ข้อมูลด้านการเงินและสุขภาพ และรวมถึงชื่อ นามสกุล บุคคลอ้างอิงและข้อมูลส่วนบุคคลของคู่สมรส (ถ้ามี)
  (4) ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมของท่านกับบริษัทฯ หรืออื่นๆ เช่น ข้อมูลกรมธรรม์ ข้อมูลความคุ้มครองของกรมธรรม์ เบี้ยประกันภัย และประวัติการชำระเงินซึ่งรวมถึง หมายเลขบัญชีธนาคารหรือข้อมูลการธนาคารหรือการชำระเงินอื่นๆ รวมทั้ง ช่องทางการชำระเงิน,วันที่และเวลาที่ชำระเงิน
  (5) ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้รับจากท่านเมื่อท่านกรอกข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในแบบฟอร์มของบริษัทฯ และเอกสารที่ท่านส่งมอบให้บริษัทฯ สำหรับการเป็นคู่ค้ากับทางบริษัทฯ เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อกลาง (ถ้ามี) นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวอื่น ๆ หมายเลขติดต่อ วันเดือนปีเกิด เพศ ที่อยู่ อีเมล์แอดเดรส หมายเลขบัญชีธนาคาร
  (6)ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทางบริษัทฯ ขอจากท่านโดยตรง และรวมถึงข้อมูลการสื่อสารกับท่าน
  (7) การบันทึกการติดต่อของท่านกับบริษัทฯ หรือ บันทึกการสนทนาเมื่อท่านติดต่อกับบริษัทฯ
  (8) ข้อมูลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทฯ เมื่อท่านมีการขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของบริษัทฯ หรือ เพื่อให้บริษัทฯ ติดต่อท่านกลับไป
  (9) สำหรับข้อมูลเอกสารที่ท่านเป็นผู้ขายสินค้า/บริการ โดยเป็นผู้ส่งมอบเอกสารให้กับบริษัทฯ เช่น สำเนาบัตรประชาชนหรือสำเนาบัตรประจำตัวอื่นๆ หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน และเอกสารอื่นๆ ที่ระบุข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

2. บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ ต่อไปนี้
  2.1 เพื่อใช้ในการบริหารจัดการภายในของบริษัทฯ ดังนี้
  (1) เพื่อทำการตลาดและการสื่อสาร: การโฆษณาทางการตลาด การขาย ข้อเสนอพิเศษ ข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ จากกลุ่มบริษัทในเครือของบริษัทและการให้บริการข้อมูลที่เจ้าของข้อมูลต้องการทราบ ในรูปแบบต่างๆเช่น การมาติดต่อที่สำนักงานใหญ่, ติดต่อที่สำนักงานสาขา, ติดต่อผ่านทางอีเมล์ การส่งข้อความ ทางโทรศัพท์หรือการติดต่อผ่าน เครือข่ายสังคมออนไลน์
  (2) เพื่อใช้ในการพัฒนาทดสอบและปรับปรุงระบบของบริษัทฯ เวปไซต์ แอปพลิเคชั่น และแพลตฟอร์มของบริษัท การจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือ กระบวนการอื่น ๆ ทั้งที่มีอยู่หรือของใหม่ เพื่อช่วยทำให้การบริการของบริษัททำได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งในส่วนของระบบสารสนเทศและกระบวนการใหม่ๆ บริษัทฯ อาจนำข้อมูลเกี่ยวกับท่านมาใช้ในการทดสอบระบบสารสนเทศและกระบวนการใหม่นั้น เพื่อให้การทดสอบการทำงานของระบบสารสนเทศใหม่สมบูรณ์มีประสิทธิภาพที่สุด
  (3) เพื่อตรวจสอบหรือตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและต่อข้อร้องเรียน
  (4) เพื่อเป็นไปตามข้อกฎหมายกำหนดไว้
  (5) เพื่อตรวจสอบป้องกันและตรวจสอบการกระทำที่ละเมิดกฎหมายภายใต้กฎหมายที่บังคับใช้
  2.2 เพื่อใช้ในขั้นตอนการปฏิบัติงานภายในระหว่างบริษัทกับท่านและบุคคลหรือนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง
   2.2.1  เจ้าของข้อมูลผู้เป็นลูกค้า/ผู้เช่าซื้อ
    (1) เพื่อวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อรถยนต์หรือการขอสินเชื่อกับบริษัทฯ
    (2) เพื่อตรวจสอบยืนยันตัวตน การทำ CDD / KYC
    (3) เพื่อตรวจสอบ ข้อมูลการติดต่อ ,ที่อยู่ของผู้ขอสินเชื่อในระหว่างการขอสินเชื่อ
    (4) เพื่อประกอบการวิเคราะห์สินเชื่อและความน่าเชื่อถือทางการเงิน
    (5) เพื่อใช้การจัดทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ หรือสัญญาสินเชื่ออื่นกับบริษัทฯ
    (6) เพื่อใช้ดำเนินการเกี่ยวกับการทำประกันภัยรถยนต์ เพื่อใช้ในการติดต่อบริษัทประกันภัย เช่น การติดตามกรมธรรม์ประกันภัย ค่าสินไหมทดแทน
    (7) เพื่อเป็นข้อมูลในการทำประกันการคุ้มครองสินเชื่อใช้ในการติดต่อบริษัทประกันชีวิต เช่น การส่งเอกสารกรมธรรม์ ,การติดตามกรมธรรม์ชีวิต เกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทน
    (8) เพื่อจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี หนังสือยกเลิกสัญญาเช่าซื้อ หนังสือใช้สิทธิ์ซื้อคืน หนังสือแจ้งการประมูล ใบชำระค่างวด ส่งการ์ดชำระค่างวด  จดหมายแจ้งเตือนต่อประกันภัย พรบ.รถยนต์ ภาษีรถประจำปี หรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมเช่าซื้อรถยนต์หรือสัญญาสินเชื่ออื่น
    (9) เพื่อใช้ดำเนินการเกี่ยวกับการต่อภาษีประจำปี ,เพื่อโอน รับโอน กรรมสิทธิ์รถยนต์ และเป็นข้อมูลในการดำเนินงานทะเบียนรถยนต์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
    (10) เพื่อการติดตามทวงถามหนี้ ให้บริษัทฯ สามารถปฏิบัติตามหน้าที่และสามารถบังคับตามสิทธิที่มีตามสัญญา ในกรณีผิดสัญญา
    (11) เพื่อใช้โต้ตอบ การสอบถาม หรือการร้องเรียนของท่าน และเพื่อแก้ปัญหา ข้อพิพาทใด ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การแจ้งยอดค้างชำระ การเปลี่ยนแปลงที่อยู่
    (12) เพื่อเป็นข้อมูลในการรับชำระเงินให้กับบริษัทฯ
    (13) เพื่อจัดให้มีการตรวจสอบยืนยันตัวตนก่อนจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของข้อมูล เช่น งานด้านติดตามทวงถาม งานด้านทะเบียนรถยนต์ งานด้านประกันภัย/ประกันการคุ้มครองสินเชื่อ งานด้านการเงิน การยืนยันที่อยู่
  2.2.2  เจ้าของข้อมูล ผู้เป็นผู้ค้ำประกันลูกค้า/ผู้เช่าซื้อ   เพื่อเป็นผู้ค้ำประกันให้แก่ผู้ขอเช่าซื้อรถยนต์มือสอง และ/หรือ ผู้ค้ำประกันให้แก่ผู้ขอสินเชื่อกับบริษัทฯ การทำสัญญาค้ำประกัน
  2.2.3 เจ้าของข้อมูล ผู้เป็นบุคคลอ้างอิง /คู่สมรสของลูกค้า/ผู้เช่าซื้อเพื่อเป็นข้อมูลในการอ้างอิงประกอบการขอสินเชื่อ และ ใช้ในการติดต่อ/ใช้ข้อมูล
  2.2.4  เจ้าของข้อมูล ผู้เป็นผู้รับผลประโยชน์ของลูกค้า/ผู้เช่าซื้อเพื่อใช้ในการติดต่อผู้รับผลประโยชน์ ตามกรมธรรม์ประกันภัย หรือกรมธรรม์ประกันชีวิต
  2.2.5  เจ้าของข้อมูล ผู้เป็นลูกค้าซื้อ-ขายรถยนต์
   (1) เพื่อวัตถุประสงค์ในการซื้อ-ขายรถยนต์ กับบริษัทฯ
   (2) เพื่อใช้ตรวจสอบยืนยันตัวตนการทำ CDD / KYC
  2.2.6 เจ้าของข้อมูล ผู้เป็นคู่ค้ากับบริษัท
   (1) เพื่อใช้ในการอ้างอิงการตรวจสอบข้อมูลในการขอเป็นคู่ค้ากับบริษัทฯ
   (2) เพื่อกิจกรรมส่งเสริมการขาย
   (3) เพื่อดำเนินการชำระเงินเกี่ยวกับธุรกรรมเช่าซื้อรถยนต์ที่ทำกับบริษัท
  2.2.7  เจ้าของข้อมูล ผู้เป็นผู้ขายสินค้า/บริการให้กับบริษัท
เพื่อยืนยันตัวตนของท่านก่อนที่บริษัทฯ จะทำการชำระเงิน และเป็นหลักฐานประกอบการชำระเงิน
2.3 เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆและฐานทางกฎหมายอื่นๆ
  2.3.1 เพื่อสร้างความประทับใจด้วยบริการระหว่างการให้เช่าซื้อ เช่นการติดต่อสื่อสาร อำนวยความสะดวก ให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำให้แก่ท่าน
  2.3.2 เพื่อการเรียนรู้ความต้องการและสามารถตอบสนองเพื่อให้เกิดความพึงพอใจ
  2.3.3 เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย กระบวนการทางกฎหมาย หรือคำสั่งของหน่วยงานรัฐ ให้ความร่วมมือกับศาลผู้มีอำนาจหน่วยงานของรัฐบาลและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นๆและตรวจสอบหรือป้องกันอาชญากรรม
  2.3.4 เพื่อปกป้องประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัท เช่นการรักษาความปลอดภัยและความถูกต้องของธุรกิจของบริษัทหรือบริษัทในเครือเมื่อจำเป็นและชอบด้วยกฎหมาย เช่น เพื่อตรวจสอบและป้องกัน

3. การแบ่งปัน และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล    บริษัทฯ ตระหนักและให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลของท่านเป็นอย่างยิ่ง โดยมีรายละเอียดดังนี้
3.1 บริษัทฯ จะไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปเปิดเผยแก่บุคคลอื่น หรือองค์กรภายนอกต่าง ๆ เพื่อแสวงหาผลกำไรจากการขาย หรือแจกจ่ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างเด็ดขาด โดยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับ
3.2 ในกรณีที่ท่านให้ความยินยอมในการส่งต่อ การแบ่งปัน และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทฯ อาจแบ่งปันข้อมูลของท่านไปยังบุคคลที่สามซึ่งสามารถกำหนดตัวตนได้แน่นอน ดังต่อไปนี้
3.2.1 กลุ่มบริษัทที่มีความเกี่ยวข้อง : บริษัทฯ อาจทำการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายในกลุ่มบริษัทของเรา ได้แก่  บริษัท มิตซู รีพับบลิค จำกัด ,  บริษัท ช.กรุ๊ป ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด , บริษัท ขอนแก่น พี.อาร์.มอเตอร์(1999)จำกัด ,บริษัท ทวีทรัพย์สมเด็จ จำกัด และ บริษัท ทวีทรัพย์สมเด็จ ลีสซิ่ง จำกัด เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ
3.2.2 บริษัทว่าจ้างภายนอก/คู่สัญญา/ผู้ให้บริการภายนอก/บุคคลที่สาม : ในกรณีที่บริษัทฯ ได้ทำการจ้างบริษัทว่าจ้างภายนอก/คู่สัญญา/ผู้ให้บริการภายนอก/บุคคลที่สาม  เพื่อดำเนินการใด ๆ อันจำเป็นใช้ และ/หรือจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทฯ ได้กำหนดให้บริษัทว่าจ้างภายนอก/คู่สัญญา/ผู้ให้บริการภายนอก/บุคคลที่สามดำเนินการนั้น ๆ ป้องกันความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และต้องห้ามมิให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดนอกจากเพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในข้อตกลงระหว่างกัน ดังนี้
(1) บริษัทจะแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคลที่สามที่ให้บริการในการยืนยันตัวตนและที่อยู่ของผู้ขอสินเชื่อ ในระหว่างการขอสินเชื่อ
(2) บริษัทคู่สัญญาที่เป็นนายหน้าประกันชีวิต นายหน้าประกันภัย บริษัทรับประกันภัย และบริษัทรับประกันชีวิต โดยบริษัทฯ ทำการส่งต่อและแบ่งปันข้อมูลของท่านต่อนายหน้าซึ่งได้รับใบอนุญาต ผู้รับประกันภัย การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้ท่านสามารถทำธุรกรรม และ/หรือใช้บริการที่ท่านประสงค์ได้
(3) บริษัทฯ จะแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทว่าจ้างภายนอก ที่ให้บริการ โอน   รับโอน กรรมสิทธิ์รถยนต์ และ งานทะเบียนรถยนต์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
(4) บริษัทฯ จะแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทว่าจ้างภายนอก ที่ให้บริการด้านติดตามทวงถามหนี้
(5) บริษัทฯ จะแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทที่ปรึกษาภายนอก ที่ให้บริการคำปรึกษาทางด้านกฎหมาย และเป็นผู้กระทำการแทนบริษัทฯ ในการปฏิบัติตามหน้าที่และสามารถบังคับตามสิทธิที่มีตามสัญญา ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดสัญญา
(6) บริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลแก่ธนาคารพาณิชย์ที่บริษัทฯ ติดต่อธุรกรรมทางการเงิน เพื่อช่วยในการดำเนินการรับชำระเงิน การจ่ายเงิน และการคืนเงิน รวมถึงการยืนยันความเป็นตัวตนของเจ้าบัญชี ตรวจสอบบัญชีลูกค้า การเคลื่อนไหวทางบัญชีลูกค้า และการยินยอมให้บริษัทฯ หักค่างวดผ่านบัญชีลูกค้าได้
(7) บริษัทฯ จะแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคลที่สามซึ่งให้บริการเกี่ยวกับการแนะนำลูกค้าให้กับบริษัทฯ และ/หรือรวมถึงการให้บริการปิดบัญชีให้กับกลุ่มลูกค้าที่ขอสินเชื่อกับทางบริษัทฯ
(8) การเปิดเผยข้อมูลให้แก่พนักงานผู้ที่ได้รับอนุญาตจากบริษัทฯ  ผู้สอบบัญชีหรือผู้ตรวจสอบภายนอก เพื่อดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการตรวจสอบบัญชี การให้คำปรึกษาด้านภาษี รวมถึงทนายความ และที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในในด้านอื่น ๆ ซึ่งให้คำปรึกษาและช่วยเหลือบริษัทเกี่ยวกับการดำเนินงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงข้อพิพาทใด ๆ ที่บริษัทฯ อาจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง
(9) บริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลที่สามที่ให้บริการแอปพลิเคชัน/ฟังก์ชัน การประมวลผลข้อมูล หรือบริการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ  และการให้เช่าซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการสารสนเทศภายในบริษัทฯ รวมถึงการสำรองข้อมูล การรักษาความปลอดภัยและการจัดเก็บรวบรวมข้อมูล เซิร์ฟเวอร์ที่รองรับและอำนวยความสะดวกในการทำงานโดยจะตั้งอยู่ที่ศูนย์ข้อมูลที่ปลอดภัย ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้บุคคลที่สามช่วยเหลือเราในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก
(10) บริษัทฯ อาจจะแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลให้กับผู้รับจ้างซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยเหลือเราในการบริการด้านการตลาดและการโฆษณาผ่าน Facebook หรือ Google หรือเครื่องมือโฆษณาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์และบริการของ บริษัทฯ
(11) บริษัทฯ จะแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้กับพันธมิตรทางธุรกิจและผู้รับจ้าง เมื่อมีการจัดงานกิจกรรม ผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลที่สามจะช่วยเหลือเราในการดำเนินการและจัดการกิจกรรมดังกล่าว โดยจะแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อใช้กับกรณีที่เกี่ยวข้องกับงานกิจกรรมนั้น ๆ
(12) องค์กรอื่น ๆ ที่กฎหมายระบุให้ต้องแบ่งปันข้อมูลด้วย ดังต่อไปนี้
12.1   ปฏิบัติตามคำสั่งศาล หน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานราชการ เมื่อได้รับการร้องขอเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาคดี หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ตามที่กฎหมายกำหนด
12.2   การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็นไปเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อการสอบสวนหรือการดำเนินการทางกฎหมาย
12.3   การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายหรือตามคำสั่งของหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานกำกับดูแล
12.4   การเปิดเผยข้อมูลให้แก่บุคคลภายนอกที่บริษัทฯ ได้รับความยินยอมจากท่านให้เปิดเผยข้อมูลของท่านให้แก่บุคคลดังกล่าวได้
3.3 การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ  เมื่อมีความจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการให้แน่ใจว่ามีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกโอนในระดับที่เพียงพอโดยบริษัทต้องได้รับคำยืนยันตามสัญญาจากบุคคลภายนอกที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการคุ้มครองภายใต้มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ดีกว่าหรือเทียบเท่ากับประเทศไทย

4. การเก็บรักษาข้อมูล   บริษัทฯ จะจัดเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไว้สูงสุดเป็นเวลา 10 ปี หลังจากที่สิ้นสุดการทำธุรกรรมตามสัญญา สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ค้าทางธุรกิจไว้สูงสูดเป็นเวลา 10 ปี หลังจากสิ้นสุดการให้บริการ และสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขายสินค้า/บริการจะเก็บไว้เป็นเวลา 5 ปี นับจากวันสุดท้ายของปีงบประมาณนั้น อย่างไรก็ตามท่านมีสิทธิที่จะแจ้งให้บริษัทฯ ทราบหากท่านต้องการที่จะลบข้อมูลของท่านไม่ว่าเวลาใด ๆ ก็ตาม โปรดติดต่อบริษัทฯ ตามรายละเอียด ช่องทางการติดต่อบริษัทฯ

5. การแต่งตั้ง Working Group / Data Protection Officer : DPO ภายในบริษัท   บริษัทฯกำหนดแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อดูแล ตรวจสอบ การปฏิบัติตามนโยบายของบุคคลากรภายในบริษัท กระบวนการประเมินความเสี่ยงและควบคุมการประมวลผลจากให้เป็นไปตามนโยบายมีมาตรการรับมือและResponse ต่อภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบให้ข้อมูลเกิดปัญหาและการบริการจัดหารเมื่อเกิดปัญหาของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าบริษัท

6. ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล  
6.1 บริษัทฯ จัดให้มีการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อรับรองแก่ท่านว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้น ได้รับการคุ้มครองและรักษาความปลอดภัยอย่างเพียงพอ บริษัทใช้มาตรการการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต การจัดเก็บ การใช้ การเปิดเผย การคัดลอก การดัดแปลง การรั่วไหล การสูญหาย ความเสียหาย และ/หรือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่บุคคลภายนอกใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเนื่องมาจากเหตุที่บริษัทฯ ไม่สามารถควบคุมได้
6.2 กรณีมีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จะแจ้งเหตุแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้า โดยจะต้องไม่เกิน 72 ชั่วโมง เว้นแต่การละเมิดดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ( Data Subject Right)
7.1 สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับท่าน (Right of access) ท่านมีสิทธิที่จะขอการรับรองหรือยืนยันว่าบริษัทฯ ได้นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปดำเนินการใด ๆ หรือไม่ ในบางกรณีนี้ท่านอาจสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับการประมวลผล และสิทธิในการขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ ได้จัดเก็บไว้รวมถึงรายละเอียดที่เกี่ยวกับวิธีที่บริษัทฯ ใช้ข้อมูลนั้น
7.2 สิทธิขอให้ส่งข้อมูลส่วนบุคคลหรือโอนไปยังบุคคลอื่นโดยอัตโนมัติ  ในบางสถานการณ์ท่านมีสิทธิที่จะร้องขอให้บริษัทฯ ช่วยโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลอื่นตามคำขอของท่าน บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อความปลอดภัยของข้อมูลที่ได้ส่งต่อให้แก่บุคคลอื่น
7.3 สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ เก็บไว้ไม่ถูกต้องตรงกับความจริง หรือข้อมูลไม่อัพเดตเป็นปัจจุบัน ท่านสามารถขอปรับปรุงหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลของท่านได้
7.4 สิทธิในการขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวต้น (Right to erasure (also known as right to be forgotten)) ท่านมีสิทธิที่จะขอให้บริษัทฯ ทำการลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตามบริษัทฯ จะทำการประเมินว่าคำขอของท่านควรจะได้รับการปฏิบัติหรือไม่ภายใต้สิทธิตามกฎหมายหรือข้อผูกพันตามสัญญาใดๆ ที่ทำให้บริษัทฯ จำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลของท่านไว้ตามสถานการณ์ที่สอดคล้องกับข้อกฎหมาย ทั้งนี้ เมื่อบริษัทฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าคำขอให้ลบข้อมูลของท่านจะต้องได้รับการปฏิบัติ บริษัทฯ จะปฏิบัติตามคำขอทันที อย่างไรก็ตาม เมื่อข้อมูลของท่านถูกลบทิ้งไปตามคำขอของท่าน ทางบริษัทฯ จะไม่สามารถให้บริการท่านได้อีกต่อไป บริษัทฯ จะทำการลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่มีความจำเป็นเกี่ยวข้องต่อวัตถุประสงค์ที่ถูกจัดเก็บหรือประมวลผลอีกต่อไป ตามรายละเอียด [ ข้อ 4. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูล ] และรวมถึงในกรณีที่ท่านถอนความยินยอม หรือในกรณีการประมวลผลนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย
7.5 สิทธิขอให้ระงับการประมวลผลข้อมูล  ในบางสถานการณ์ท่านมีสิทธิที่จะจำกัดการประมวลผลจากเรา ในกรณีใดกรณีหนึ่งหากปรากฏเงื่อนไขดังต่อไปนี้
1.   ความถูกต้องของข้อมูลของท่านถูกโต้แย้ง
2.   การประมวลผลข้อมูลของท่านผิดกฎหมาย
3.   ข้อมูลของท่านไม่มีความจำเป็นต่อการประมวลผลของบริษัทฯอีกต่อไป
หมายเหตุ: ในกรณีที่กฎหมายบังคับให้ประมวลผลข้อมูลดังกล่าวข้างต้นนั้น บริษัทฯ อาจใช้ข้อมูลดังกล่าวอีกครั้งสำหรับการฟ้องร้องหรือต่อสู้คดี หรือเพื่อการป้องกันอื่น ๆ
7.6 สิทธิในการคัดค้านการประมวลผล   บริษัทฯ ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามสิทธิของบริษัทฯ ที่ชอบตามกฎหมาย หรือตามรายละเอียด วัตถุประสงค์ในการรวบรวม ใช้ และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และทั้งนี้ท่านมีสิทธิที่จะคัดค้านการประมวลผลข้อมูลข้อมูลของท่านเมื่อใดก็ได้
เพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของท่าน บริษัทฯ จะดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมโดยจะทำการยืนยันตัวตนของท่านก่อนอนุญาตให้ท่านเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทฯ จะพยายามดำเนินการตรวจสอบในทันที และ ตอบสนองตามคำขอของท่านตามที่กฎหมายกำหนด  หากท่านต้องการใช้สิทธิใด ๆ ดังกล่าวข้างต้น กรุณาติดต่อบริษัทฯ ตามรายละเอียด ช่องทางการติดต่อบริษัทฯ

8. ขอบเขตของนโยบาย    นโยบายฉบับนี้เป็นแนวทางปฏิบัติ ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562  และหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ข้อตกลงและเงื่อนไขตามนโยบายฉบับนี้อยู่ภายใต้การบังคับใช้และตีความตามกฎหมายไทยแห่งราชอาณาจักรไทย หากมีข้อพิพาทใด ๆ ที่เกี่ยวข้องให้อยู่ภายใต้อำนาจการตัดสินคดีของศาลไทย และนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ จะใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เป็นผู้เก็บรวบรวมผ่านทางพนักงานของบริษัทฯ การให้บริการของบริษัทฯ และ/หรือที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ เท่านั้น โดยจะไม่บังคับใช้กับบุคคลที่สามและผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลที่สาม ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ตรวจสอบ ควบคุมหรือสนับสนุนวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของบุคคลที่สามแต่อย่างใด

9. การเปลี่ยนแปลงและทบทวนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้   บริษัทฯ อาจมีการทบทวนนโยบายฉบับนี้ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อให้เหมาะสม สอดคล้อง กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป  บริษัทฯ อาจปรับเปลี่ยนเงื่อนไขของนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราว อันเนื่องมาจากเหตุผลต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย หากบริษัทฯ ทำการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทฯ จะแสดงรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงโดยจะมีผลบังคับใช้เมื่อบริษัทเผยแพร่บนหน้าเว็บไซต์ของบริษัทฯ www.kta.co.th อย่างไรก็ตามหากการแก้ไขดังกล่าวมีผลกระทบนัยสำคัญต่อท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบตามความเหมาะสม 

10. ช่องทางการติดต่อบริษัทฯ  หากท่านมีความประสงค์จะใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือมีคำถาม ข้อเสนอแนะ ข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ช่องทางการติดต่อบริษัทฯ  บริษัท กรุงไทย ออโต้ลีส จำกัด ที่อยู่สำนักงานใหญ่ : 92/5 หมู่ 8 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120  ส่วนงานฝ่ายกฎหมาย หมายเลขติดต่อ 02-9029555 (วันจันทร์ -เสาร์ เวลา 08.00-17.00 น.)

11. การบังคับใช้นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งหมดที่บริษัทฯ เป็นผู้เก็บรวบรวม ใช้ ประมวลผล แบ่งปันและหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล  โดยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอาจเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ ได้จัดเก็บรวบรวมไว้แล้วในอดีต และหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ตกลงยินยอมให้บริษัทฯ มีสิทธิในการเก็บรวบรวมในปัจจุบัน และข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่จะได้มีการจัดเก็บในอนาคต  ทั้งนี้รวมไปถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ ได้รวบรวมไว้แล้ว (หากมี) ซึ่งอาจได้จากแหล่งข้อมูลอื่น
ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องมีการเปลี่ยนแปลง หรือมีการออกกฎ หลักเกณฑ์ ประกาศ และหรือระเบียบใด ๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อการบังคับใช้นโยบายฉบับนี้  หากปรากฏว่านโยบายฉบับนี้มีเนื้อหาขัดหรือแย้งกับกฎหมาย และหรือกฎ หลักเกณฑ์ ประกาศ และหรือระเบียบใด ๆ ที่ออกมาใช้บังคับภายหลัง การใช้บังคับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนดังกล่าวนั้น ให้ใช้บังคับตามเนื้อหาของกฎหมาย และหรือ กฎ หลักเกณฑ์ ประกาศ และหรือระเบียบใด ๆ ที่ออกมาในภายหลังและมีผลใช้บังคับอยู่ ณ ขณะนั้น
          นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป

Powered by MakeWebEasy.com